กลับไปที่รายการ

Leverage คืออะไร: นักเทรด Forex ควรใช้ 'เลเวอเรจ' เท่าไหร่ดี?

Leverage คืออะไร
เมื่อเข้าสู่การลงทุนธุรกิจใดๆ ก็ตาม เราจำเป็นที่จะต้องมีเงินก้อนโตก่อนจำนวนหนึ่ง จึงจะสามารถร่วมลงทุนทางธุรกิจได้ แต่ธุรกิจจำเป็นที่จะต้องใช้ เลเวอเรจ เพื่อเพิ่มต้นทุนของการลงทุน ไม่เว้นแม้แต่การลงทุนบนโลกออนไลน์อย่าง forex ก็ยังมีการให้ เลเวอเรจ ที่ช่วยให้ยกระดับของนักเทรดทุกคนให้สามารถเข้าร่วมลงทุนได้ มากขึ้นด้วยเงินลงทุนอันน้อยนิด วันนี้เรามาเรียนรู้จักคำว่า Leverage คือ อะไรกันแน่

แล้ว เลเวอเรจ คืออะไร เกี่ยวข้องกับการเทรดอย่างไร

นักเทรดมือใหม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจคำว่า เลเวอเรจ ซึ่ง leverage แปลว่า ยกระดับขึ้น และ เลเวอเรจ คือ เครื่องมือทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้นักเทรดสามารถยืมใช้เพื่อซื้อสินทรัพย์มาครองไว้ได้ เรียกง่าย ๆ ก็คือ การยืมเงินมาซื้อของนั่นเอง นักเทรดจะเป็นผู้ยืมเงินจากโบรกเกอร์มาบางส่วน เพื่อที่จะให้นักเทรดนำเงินมาลงทุนก่อน ทำให้สามารถซื้อสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่าจำนวนเงินจริงที่นัดเทรดมีอยู่

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราต้องการซื้อหุ้น 1,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 10 เหรียญดอลล่าร์ เราจะต้องใช้เงินทั้งหมด 10,000 ดอลล่าร์ เพื่อทำการเปิดเทรด แต่โบรกเกอร์จะให้เรายืมเงินเพื่อการลงทุนนี้ คือเรามีเงินลงทุนจริงแค่ 100 ดอลล่าร์ แต่เราจะสามารถยืมโบรกเกอร์มาเทรดได้ถึง 10,000 ดอลล่าร์เลยทีเดียว

ในทางธุรกิจและ financial leverage คือ อัตราส่วนระหว่างหนี้สินบริษัทต่อมูลค่าสินทรัพย์ ซึ่งเป็นการก่อหนี้สิน เพื่อการลงทุนที่มากขึ้นและเพิ่มโอกาสในการสร้างกำไรจากธุรกิจนั้น ๆ ได้มากยิ่งขึ้น เช่น การกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อมาซื้อคอนโด และรอโอกาสที่จะขายออกไปเพื่อทำกำไรให้มากขึ้นในอนาคต

เลเวอเรจ มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง

เลเวอเรจ คือ การกู้ยืมเงินโดยที่ไม่มีดอกเบี้ย เพื่อเพิ่มจำนวนเงินฝากของเราให้สามารถเทรดปริมาณที่สูงกว่าต้นทุนที่เรามีอยู่ได้ ข้อดีอันดับแรกเลย Leverage จะช่วยให้นักลงทุนหรือนักเทรด forex สามารถเพิ่มขนาดของการลงทุนได้มากกว่าเงินทุนจริงที่ตัวเองมีอยู่ ทำให้มีโอกาสสร้างกำไรจากการเทรดได้มากขึ้น ข้อดีอีกข้อหนึ่งคือเมื่อเราได้ Leverage สูงๆ จะทำให้เรามี margin ลดน้อยลง ทำให้เราสามารถถือครองสินทรัพย์ได้นานขึ้น

ข้อเสียของ leverage คือ การเทรดได้ไม่เกิน 10% ของทุน ถึงแม้เราจะได้เลเวอเรจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เราก็ไม่สามารถเทรดได้เกิน 10% ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเรามี leverage 1:100 ที่ต้องการเทรด 1 ออเดอร์ เราจะต้องใช้มาร์จิ้นที่ 1,000 และจะโดนจุด cut loss ที่ -900 และถ้า leverage ที่ 1:200 เพื่อเปิด 2 ออเดอร์ เราจะโดนจุด cut loss ที่จุดละ -450 เมื่อ 2 ออเดอร์รวมกันก็จะเท่ากับ -900 ซึ่งก็เท่ากับ เลเวอเรจ 1:100 หรือ 10% เลเวอเรจที่สูงขึ้นจะส่งผลให้เกิดการขาดทุนที่สูงขึ้นไปด้วย

ควรเลือกอัตราส่วน leverage ในการเทรดเท่าไหร่ดี

พยายามลดความเสี่ยงในการเทรด และให้สามารถเทรดได้ยืนนานขึ้น ควรที่จะเลือกค่า Leverage forex คือ 1:200 ก็พอ เพราะยิ่งค่าเลเวอเรจสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการขาดทุนมากขึ้นเท่านั้น ค่าเลเวอเรจที่ 1:200 ถือกันว่าเป็นค่าที่ดีสำหรับการเริ่มต้นเทรด โดยเฉพาะมือใหม่หัดเทรดที่ต้องการจะเรียนรู้การเทรด ไม่ควรที่จะเร่งเปิดออเดอร์ด้วยค่า leverage สูง ๆ เพราะคิดว่าจะช่วยทำกำไรได้เร็วขึ้นนั้น บอกได้เลยว่ากำลังมาผิดทางแล้ว

แต่หากนักเทรดมืออาชีพ ที่มั่นใจในฝีมือการเทรดมากๆ หรือมีประสบการณ์มามากพอสมควร ก็สามารถเลือกเทรดที่ค่า leverage คือ 1:2000 ได้เลย นั่นหมายความว่า ในการเทรด 10 ครั้ง สามารถเอาชนะไปได้ถึง 7-8 ครั้ง อย่างนี้ ก็เปิดเลเวอเรจในอัตรา 1: 2000 ได้อย่างสบาย เพราะเขาจะมีโอกาสในการทำกำไรจากการเทรด forex แบบมหาศาลเลยทีเดียว แต่เราก็ต้องยอมรับด้วยว่าโอกาสที่เราจะเสียกำไรไปนั้นก็สูงมากเช่นเดียวกัน

เรามาดูกันว่าค่า leverage forex ที่นิยมกันนั้นมีอัตราส่วนอย่างไรบ้าง

  • ค่า leverage 1:1 หมายถึง การไม่ใช้เลเวอเรจเลย
  • ค่า leverage 1:2 หมายถึง เงินทุน 1 ดอลล่าร์ จะได้ถือครองสถานะมากที่สุด 2 ดอลล่าร์
  • ค่า leverage 1:100 หมายถึง วางเงินมาร์จิ้น 1 ดอลล่าร์ จะถือครองสถานะได้ 100 ดอลล่าร์
  • ค่า leverage 1:200 หมายถึง วางเงินหลักประกันหรือมาร์จิ้นที่ 1 ดอลล่าร์ จะถือครองสถานะได้ 200 USD
  • ค่า leverage 1:1000 คือ วางเงินประกันที่ 1 ดอลล่าร์ ได้ถือครองสถานะ 1,000 ดอลล่าร์
  • ค่า leverage 1:2000 คือ วางเงินประกันที่ 1 ดอลล่าร์ ได้ถือครองสถานะ 2,000 ดอลล่าร์

วิธีการคำนวณกำไรจากการใช้เลเวอเรจ

สาเหตุที่ต้องใช้ เลเวอเรจ เป็นร้อย ๆ เท่านั่นก็เพราะว่าต้องการเพิ่มผลลัพธ์จากการลงทุน ยกตัวอย่างเช่น

หากเราต้องการซื้อสกุลเงินยูโรมา 1 EUR ในราคา 1.0500 USD เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ เราต้องการขายเงินสกุลเงินนี้ออกไปด้วยราคา 1.1200 USD เราจะได้กำไรที่ 1.1200 – 1.0500 = 0.0700 USD แล้วถ้าเราซื้อเงิน EUR มาจำนวน 1,000 EUR เราจะได้กำไรถึง 70 USD แต่หากเราใช้ leverage สูง 10 เท่า จำนวนผลกำไรที่เราจะได้รับคือ 700 USD สรุปคือเราใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มการลงทุนให้เราสามารถสร้างกำไรได้มากยิ่งขึ้น

วิธีคำนวณ Leverage forex กับ margin

เรามาเริ่มทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง margin หรือ มาร์จิ้น ที่เกี่ยวข้องกับ เลเวอเรจ forex คือ

ค่า margin ที่ต้องการ อัตราส่วนของ leverage
2% 50:1
1% 100:1
0.5% 200:1

จากตารางด้านบนนี้จะเห็นว่าค่า margin ต่ำที่สุดคือ 0.5% จะเป็นอัตราส่วนที่สูงที่สุดของ leverage ในการเทรดแต่ละครั้ง ซึ่งมาร์จิ้นถือเป็นเงินมัดจำ หรือเป็นหลักประกันที่โบรกเกอร์เก็บไว้เพื่อที่จะเปิดสถานะค้าง เงินจำนวนนี้ ไม่ได้เป็นค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม แต่เป็นเพียงการวางเงินไว้ให้ยอดคงเหลือในบัญชีของเราให้เพียงพอกับขนาดสถานะบัญชีที่เราเปิดนั่นเอง

ตัวอย่างเช่น หากเรามี เลเวอเรจ ที่ 200:1 บนบัญชีซื้อขายและได้เปิดสถานะ 1 lot ใน AUD/JPY โดยที่ 1 lot เท่ากับ 100,000 AUD เราจะต้องมีมาร์จิ้นเท่ากับ 500 AUD คือเราจะต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อย 500 AUD เพื่อเปิดสถานะ 100,000 AUD และหากเงินในบัญชีเทรดของเราตกลงต่ำกว่าค่า margin ก็จะมีการแจ้งเตือนถึงการปิดสถานะหรือปิดพอตของเรา

ความสัมพันธ์ระหว่าง Lot กับ Leverage

สำหรับคำว่า Lot จะเป็นขนาดสัญญาการซื้อขาย ในทุกครั้งที่เปิดออเดอร์จะมีการเกิดกำไรและการขาดทุนซึ่งเกี่ยวข้องกับขนาดและกำลังของเงินทุน อธิบายง่าย ๆ ในเรื่องของการทำสงคราม Lot จะเปรียบเสมือนแม่ทัพ

leverage คือ กำลังพลที่มีหลากหลายกองให้เลือก ซึ่งโบรกเกอร์เป็นผู้จัดเตรียมกองทัพ ผู้บัญชาการใหญ่อย่าง Trader จะต้องนำหลักประกันอย่าง Margin มาเป็นหลักประกัน และต้องจ่าย spread ให้แก่โบรกเกอร์ผู้จัดเตรียมกองทัพ เมื่อเข้าสู่การรบ โบรกเกอร์จะไม่มีส่วนได้เสียอะไรอีกแล้ว เพราะเขาได้ผลประโยชน์จากเงินประกันและการจ่ายส่วยอย่างค่าสเปรดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หากเราเลือก Lot ใหญ่ ๆ ในการเปิดออเดอร์ จำนวนของเงินหลักประกันอย่าง Margin ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นด้วย ส่วน leverage คือ เงินที่เรายืมโบรกเกอร์มาใช้ในการลงทุน จะเกี่ยวข้องกับ Lot คือ เมื่อเราเลือกเลเวอเรจสูงมาก ๆ จำนวน margin ที่จะใช้ก็จะน้อยลง แต่โอกาสที่จะทำกำไรก็มีสูงเช่นกัน เพราะสามารถเพิ่ม Lot ในการเทรด คือจะมีกำไรเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวได้ แต่โอกาสที่จะถูกล้างพอร์ตก็มีมากด้วย

  • 1 Lot ขนาดมาตรฐาน เท่ากับ 100,000 ยูนิต หรือ 10 ดอลล่าร์
  • 0.1Lot ขนาดมินิ เท่ากับ 10,000 ยูนิต หรือ 1 ดอลล่าร์
  • 0.01 Lot ขนาดไมโคร เท่ากับ 1,000 ยูนิต หรือ 0.1 ดอลล่าร์

หากเราเลือก เลเวอเรจ 1:100 ก็หมายความว่า หากเราต้องการซื้อขาย 1 Lot มาตรฐานของคู่สกุลเงิน เราก็จะได้ฝากเงินแค่เพียง 1,000 ดอลล่าร์ และโบรกเกอร์จะช่วยลงทุนส่วนที่เหลือคือ 99,000 ดอลล่าร์ ให้กับเรานั่นเอง ดังนั้น หากเราต้องการทำกำไรจากการเทรดให้ได้ เราก็ควรที่จะเลือก Lot หรือแม่ทัพที่จะนำกองทัพการเทรดของเราให้สอดคล้องและเหมาะสมกับทักษะการเทรดของตัวเองให้มากที่สุด

จะทดลองใช้ leverage ในการเทรดได้ที่ไหน

สำหรับการเทรดด้วย leverage หรือหลายคนเรียกว่า margin trading ของมือใหม่ หรือแม้แต่มืออาชีพก็ตามควรที่จะลองเข้าไปเปิดทดลองใช้ในบัญชีเดโม หรือบัญชีทดลองก่อนได้ เพื่อเป็นการฝึกฝนฝีมือการเทรดและฝึกคำนวณเงินทุนและเงินประกันให้คล่องแคล่ว การใช้บัญชีทดลองหรือ บัญชีเดโม ก็ไม่ได้ต่างจากการเทรดบนบัญชีจริงแม้แต่อย่างใด เพราะเป็นระบบเหมือนจริงทุกประการ สามารถทดลองใช้อินดิเคเตอร์หรือคำนวณกำไรขาดทุนตามตลาดเทรดจริงได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

เมื่อเทรดด้วย leverage แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เมื่อเทรดแบบใช้ leverage จะช่วยเราสามารถลงทุนได้มากขึ้น เปิดออเดอร์ได้เยอะขึ้น และเมื่อเราเทรดชนะ เราก็จะได้เงินกำไรแบบทวีคูณที่สูงกว่าเงินลงทุนจริงของเรา แต่การเลือก leverage ที่สูงมากจะทำให้เราควบคุมตัวเองไม่ได้และโอกาสในการขาดทุนหรือล้างพอร์ตก็จะยิ่งสูงตามมาด้วยเช่นกัน

อัตราส่วน leverage เท่าไหร่ที่เหมาะสมต่อการเทรด

ในการพยายามที่จะลดความเสี่ยงจากการลงทุน และเพื่อไม่ให้เจ็บตัวจากการขาดทุนมากนัก จึงควรเลือกเทรดด้วยเลเวอเรจในอัตราส่วน 1:200 ในการเทรด

เราจะคำนวณค่าเลเวอเรจในการเทรดได้อย่างไร

หากเรามีเงินทุนอยู่ 1000$ และเลือก leverage 1:100 จะสามารถเปิดออเดอร์ได้สูงสุด 1 Lot ทุกการเคลื่อนที่ 1pip จะเป็นเงินเท่ากับ 10$ ต่อ 1 Lot

  • เงินทุน 1,000$ , Leverage 1:100 Lot สูงสุดที่เปิดได้ = 1 (100,000 unit)
  • เงินทุน 1,000$ , Leverage 1:200 Lot สูงสุดที่เปิดได้ = 2 (200,000 Unit)
  • เงินทุน 1,000$ , Leverage 1:500 Lot สูงสุดที่เปิดได้ = 5 (500,000 Unit)

หากเราใช้ทุน 1,000$ แล้วเลือกเทรดขนาด Lot สูงสุดที่ 1 ในอัตราส่วนเลเวอเรจที่ 1:100 เมื่อเทรดถูกทิศทางเราจะได้กำไรที่ 100pips เท่ากับ 1,000 USD แต่ถ้าเทรดผิดทิศทางการขาดทุน 100pips ก็คือการล้างพอร์ตไปนั่นเอง

เลเวอเรจ ช่วยในการเทรดอย่างไรบ้าง

เลเวอเรจ จะช่วยให้นักเทรดที่มีเงินทุนน้อยสามารถมีโอกาศในการเปิดออร์เดอร์ได้มากขึ้น การตั้งค่าเลเวอเรจที่สูงขึ้นจะทำให้เราสามารถเปิดออเดอร์ โดยใช้ Lot ที่สูงขึ้นได้ ด้วยเงินทุนเท่าเดิม

การเทรดด้วย เลเวอเรจ สำหรับมือใหม่นั้นควรที่จะเลือกให้ต่ำไว้ก่อน เพื่อจัดการกับความเสี่ยงในการขาดทุน แต่หากผู้เทรดมีความชำนาญและเทรดผิดพลาดน้อยครั้งมาก ก็สามารถที่จะเพิ่มระดับของเลเวอเรจได้ เพื่อสร้างกำไรแบบทวีคูณได้ หากสนใจที่จะศึกษาเรื่องของการใช้ leverage เพิ่มเติม ก็สามารถเข้ามาที่ PrimeFin โบรกเกอร์ได้ ผู้สร้างมิติใหม่ของการเทรดด้วยเทคโนโยลีที่ทันสมัยและการบริการที่เหนือระดับทั่วแก่สมาชิกทุกท่านอย่างแท้จริง เริ่มเทรดกับ PrimeFin ตอนนี้


เปิดบัญชี